Last updated: 25 พ.ค. 2569 | 16 จำนวนผู้เข้าชม |
ในสถานประกอบการยุคปี 2569 หลายองค์กรมักประสบปัญหาในรูปแบบเดียวกัน คือแม้จะส่งพนักงานเข้าร่วมการอบรมความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สถิติอุบัติเหตุและความเสี่ยงหน้างานกลับไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นั่นเป็นเพราะการเรียนรู้แบบเดิมเน้นเพียงการให้ข้อมูลและการบังคับใช้กฎระเบียบ แต่ละเลยมิติทางด้าน "จิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์" ซึ่งเป็นรากเหง้าที่แท้จริงของการตัดสินใจเลือกทำงานด้วยความปลอดภัยหรือความประมาท
มนุษย์เรามีแนวโน้มที่จะเลือกวิธีทำงานที่ "ง่าย สะดวก และเร็วที่สุด" เสมอ เมื่อความเคยชินกลายเป็นความประมาท พนักงานมักจะละเลยการสวมใส่ PPE หรือข้ามขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนเพราะคิดว่า "ทำมาตั้งนานไม่เห็นเคยเกิดอุบัติเหตุ" การจัดหลักสูตรอบรมในปัจจุบันจึงต้องเปลี่ยนผ่านจากการ "บังคับให้จำ" มาเป็นการ "กระตุ้นให้ตระหนักรู้" โดยใช้หลักจิตวิทยาความปลอดภัยเข้ามาปรับเปลี่ยนชุดความคิด (Mindset) เพื่อให้เกิดการปรับพฤติกรรมอย่างถาวรจากภายในตัวเอง
| ปัจจัยทางจิตวิทยา | ผลกระทบต่อพฤติกรรมหน้างาน | แนวทางการแก้ไขและขับเคลื่อนองค์กรปี 2569 |
| ความเคยชินกับความเสี่ยง | มองข้ามอันตรายใกล้ตัวเพราะทำงานเดิมซ้ำ ๆ | ใช้เทคนิคสะท้อนพฤติกรรมและวิเคราะห์ความเสี่ยงแฝงรายบุคคล |
| กรอบคิดตามกลุ่ม (Peer Pressure) | ทำตามพฤติกรรมที่ไม่ปลอดภัยของเพื่อนร่วมงาน | สร้างระบบบัดดี้ (Buddy System) และแรงจูงใจเชิงบวกในกลุ่ม |
| การขาดความตระหนักรู้ชั่วขณะ | เกิดความเหนื่อยล้าหรือใจลอยจนหลุดโฟกัส | ฝึกฝนสติในการทำงานและการบรีฟสั้นก่อนเริ่มงาน (Toolbox Talk) |
การจะยกระดับวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นจริงทั่วทั้งองค์กร ฝ่ายบริหารและฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) จำเป็นต้องวางรากฐานการพัฒนาบุคลากรผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ดังนี้
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมระดับบุคคลต้องอาศัยกลไกการสังเกตการณ์และการสะท้อนพฤติกรรม (Feedback Loop) การจัดอบรมในหมวดนี้จะเน้นไปที่ทฤษฎีการปรับพฤติกรรมความปลอดภัย เพื่อให้พนักงานเข้าใจถึงกลไกสมองของตัวเองในขณะที่เกิดความประมาท รู้เท่าทันอารมณ์ความเหนื่อยล้า และสามารถปรับปรุงเปลี่ยนนิสัยการทำงานให้ปลอดภัยจนเป็นเนื้อเป็นตัวโดยไม่ต้องมีคนมาคอยจับผิด
หัวหน้างานคือข้อต่อสำคัญที่สุดในการนำนโยบายไปปฏิบัติจริง หลักสูตรในส่วนนี้จึงมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงจิตวิทยาสำหรับ จป.หัวหน้างาน ให้สามารถสอนงานความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้วิธีการตักเตือนหรือชื่นชมลูกน้องอย่างสร้างสรรค์เพื่อโน้มน้าวใจให้พนักงานปฏิบัติตามกฎเกณฑ์โดยไม่รู้สึกว่าโดนจับผิดหรือสร้างความขัดแย้งภายในทีม
เสาหลักสุดท้ายคือการสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศในองค์กรที่เอื้อต่อความปลอดภัย องค์กรยุคใหม่ต้องรู้วิธีการออกแบบแคมเปญ รณรงค์และจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ที่สนุกสนาน เข้าถึงง่าย เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับได้มีส่วนร่วมในการคิดค้นและสร้างกติกาความปลอดภัยร่วมกัน จนฝังรากลึกกลายเป็นวิถีชีวิตประจำวันของทุกคน
เพราะหัวใจของการเซฟตี้คือการเข้าถึงหัวใจของคน SRD Consultant (เอสอาร์ดี คอนซัลแตนท์) เราคือผู้ให้บริการจัดอบรมความปลอดภัยรูปแบบใหม่ในปี 2569 ที่ผสมผสานความรู้ด้านกฎหมายเข้ากับหลักจิตวิทยาพฤติกรรมศาสตร์อย่างลงตัว เราพร้อมช่วยคุณออกแบบโปรแกรมพัฒนาบุคลากรที่ช่วยทลายกำแพงความคิดเดิมๆ เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมพนักงานจากความรู้สึก "ต้องทำตามหน้าที่" ให้เป็น "อยากทำเพราะรักความปลอดภัย" ให้เราเป็นที่ปรึกษาในการสร้างสังคมการทำงานที่เปี่ยมด้วยความสุขและความปลอดภัยที่ยั่งยืนในองค์กรของคุณ