หลักสูตรอบรมความปลอดภัยลูกจ้าง (พนักงานใหม่) เป็นการอบรมที่กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงานจริง รวมถึงกรณีที่มีการเปลี่ยนงาน เปลี่ยนหน้าที่ หรือเปลี่ยนเครื่องจักรที่มีลักษณะการทำงานแตกต่างจากเดิม เพื่อให้ลูกจ้างเข้าใจหลักการทำงานอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยได้อย่างถูกต้อง
นายจ้างต้องจัดให้มีวุฒิบัตรและทะเบียนรายชื่อผู้ผ่านการอบรม จัดเก็บไว้เป็นหลักฐานไม่น้อยกว่า 2 ปี เพื่อใช้ในการตรวจแรงงานและการตรวจประเมินจากหน่วยงานราชการ

การอบรมความปลอดภัยสำหรับลูกจ้างทั่วไปและลูกจ้างเข้าทำงานใหม่ ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2549 ซึ่งสถานประกอบการต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
เนื้อหาครอบคลุมความรู้พื้นฐานด้านความปลอดภัย สิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมาย รวมถึงการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการทำงาน อ้างอิงตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 มาตรา 16 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างต้องจัดอบรมความปลอดภัยพื้นฐานแก่ลูกจ้างทุกคน
เนื้อหาเกี่ยวกับกฎกระทรวง ประกาศ และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับประเภทธุรกิจของสถานประกอบการ รวมถึงกฎหมายที่ลูกจ้างควรรู้เพื่อปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง
เน้นการทำความเข้าใจคู่มือและข้อบังคับด้านความปลอดภัยของบริษัท เพื่อให้ลูกจ้างสามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง รวมถึงแนวทางการแจ้งอันตราย การรายงานเหตุผิดปกติ และการปฏิบัติเมื่อมีการเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่
การอบรมความปลอดภัยลูกจ้างใหม่ไม่เพียงช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน แต่ยังช่วยลดอุบัติเหตุจากการทำงาน สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรก และเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยภายในสถานประกอบการอย่างยั่งยืน
A: ต้องอบรมก่อนที่ลูกจ้างจะเริ่มปฏิบัติงานจริง และต้องอบรมซ้ำเมื่อมีการเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนเครื่องจักรที่มีลักษณะแตกต่างจากเดิม
A: ตามกฎหมายกำหนดให้ต้องอบรมไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และต้องเป็นการอบรมที่มีเนื้อหาตามมาตรฐานกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
A: ลูกจ้างใหม่ทุกคน พนักงานที่เปลี่ยนหน้าที่งาน หรือพนักงานที่ต้องทำงานกับเครื่องจักรหรือสภาพแวดล้อมใหม่ที่มีความเสี่ยงต่างจากเดิม
A: นายจ้างต้องจัดเก็บวุฒิบัตรและทะเบียนรายชื่อผู้ผ่านการอบรมไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย 2 ปี เพื่อรองรับการตรวจจากหน่วยงานราชการ
A: สามารถจัดอบรมได้ทั้งแบบ Public Training และ In-house Training ตามความเหมาะสมขององค์กรและจำนวนพนักงาน