คู่มืออบรมไฟฟ้า 2569: กฎหมาย ข้อบังคับ และมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับสถานประกอบการ

Last updated: 8 เม.ย 2569  |  58 จำนวนผู้เข้าชม  | 

คู่มืออบรมไฟฟ้า 2569: กฎหมาย ข้อบังคับ และมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับสถานประกอบการ

ในโลกของการทำงานอุตสาหกรรมและสำนักงาน "ไฟฟ้า" คือพลังงานหลักที่ขับเคลื่อนทุกอย่าง แต่ในขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยอันตรายร้ายแรงหากขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง การอบรมไฟฟ้า หรือการอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า จึงเป็นหลักสูตรภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากไฟฟ้าดูด ไฟฟ้าช็อต และการระเบิดที่อาจนำไปสู่ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

ทำไมต้องมีการอบรมความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า?

ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 (และฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม) ระบุชัดเจนว่า นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าได้รับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงวิธีการป้องกันที่ถูกต้องก่อนเริ่มปฏิบัติงานจริง เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับสถานประกอบการให้เป็นระบบสากล

สรุปข้อกำหนดการอบรมไฟฟ้า

หัวข้อสำคัญรายละเอียดตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย
กลุ่มเป้าหมายพนักงานที่ทำงานกับไฟฟ้า, จป., หัวหน้างาน และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง
กลุ่มเป้าหมายกฎกระทรวงฯ เกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
หัวใจสำคัญการตัดแยกพลังงาน (LOTO), การใช้ PPE และระยะห่างที่ปลอดภัย
ความถี่ที่แนะนำควรมีการทบทวนความรู้เป็นประจำทุกปี หรือเมื่อมีการเปลี่ยนลักษณะงาน
 

ใครบ้างที่ต้องเข้ารับการอบรมไฟฟ้า?


หลายองค์กรเข้าใจผิดว่าเฉพาะ "ช่างไฟฟ้า" เท่านั้นที่ต้องอบรม แต่ในความเป็นจริงกฎหมายอบรมไฟฟ้า 2569 ครอบคลุมถึง

  1. พนักงานไฟฟ้าโดยตรง: ผู้ที่มีหน้าที่ติดตั้ง ซ่อมแซม หรือบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า
  2. ผู้ปฏิบัติงานใกล้ชิดสายไฟฟ้า: เช่น พนักงานก่อสร้าง พนักงานขับรถเครน หรือผู้ที่ต้องทำงานใกล้แนวสายไฟแรงสูง
  3. เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.): เพื่อใช้ในการกำกับดูแลและตรวจสอบจุดเสี่ยงภายในโรงงาน
  4. ผู้บริหารและหัวหน้างาน: เพื่อให้เข้าใจความเสี่ยงและสนับสนุนงบประมาณด้านอุปกรณ์ป้องกันได้อย่างถูกต้อง

5 หัวข้อหลักที่ต้องมีในหลักสูตรอบรมไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน

เพื่อให้พนักงานมีทักษะครบถ้วน เนื้อหาการอบรมควรประกอบด้วย

  • ความรู้พื้นฐานและอันตรายจากไฟฟ้า: เข้าใจหลักการของกระแสไฟฟ้า แรงดัน และความต้านทาน รวมถึงผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์
  • การใช้เครื่องมือวัดและทดสอบ: ฝึกใช้ Multi-meter หรือ Voltage Tester อย่างถูกวิธีเพื่อยืนยันสภาพไร้แรงดันก่อนเริ่มงาน
  • การใช้อุปกรณ์ป้องกัน: การเลือกและตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้า (PPE) เช่น ถุงมือฉนวน และรองเท้าเซฟตี้
  • ระบบการตัดแยกพลังงาน (Lockout Tagout - LOTO): ขั้นตอนการล็อกและการแขวนป้ายเตือนเพื่อป้องกันผู้อื่นเปิดสวิตช์ไฟขณะซ่อมบำรุง
  • การช่วยเหลือผู้ประสบภัย: เรียนรู้วิธีช่วยเหลือคนถูกไฟดูดอย่างปลอดภัย และการปฐมพยาบาลเบื้องต้น (CPR)

การประเมินความเสี่ยงและการตรวจสอบระบบไฟฟ้า

นอกจากการอบรมตัวบุคคลแล้ว การตรวจสอบสภาพแวดล้อมก็สำคัญไม่แพ้กัน TSM หรือ จป. ต้องหมั่นตรวจสอบสายไฟที่ชำรุด การติดตั้งสายดิน (Grounding) และความพร้อมของเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD) เพื่อลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุตั้งแต่ต้นเหตุ

ยกระดับความปลอดภัยทางไฟฟ้ากับ SRD Consultant (เอสอาร์ดี คอนซัลแตนท์)

เพราะอุบัติเหตุจากไฟฟ้ามักรุนแรงและรวดเร็วเกินกว่าจะแก้ไขได้ทัน SRD Consultant (เอสอาร์ดี คอนซัลแตนท์) จึงมุ่งมั่นเป็นพันธมิตรในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้กับองค์กรของคุณ เราให้บริการอบรมไฟฟ้าครบวงจร โดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีประสบการณ์ตรงด้านวิศวกรรมไฟฟ้า หลักสูตรของเราเน้นการนำไปใช้จริง มีการสาธิตอุปกรณ์มาตรฐาน และอัปเดตเนื้อหาตามกฎหมายล่าสุด เพื่อให้พนักงานของคุณได้รับความรู้ที่ถูกต้อง แม่นยำ และสามารถนำไปปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย 100% ในทุกพื้นที่เสี่ยง

 

สมัครอบรมความปลอดภัยตามกฎหมายกับผู้เชี่ยวชาญ
ออกใบรับรองถูกต้อง ใช้ยื่นตรวจแรงงานได้ทันที ปรึกษาฟรีวันนี้

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้