วิธีช่วยเหลือคนถูกไฟดูดอย่างปลอดภัย: ขั้นตอนการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องตามหลักสากล

Last updated: 8 เม.ย 2569  |  46 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วิธีช่วยเหลือคนถูกไฟดูดอย่างปลอดภัย: ขั้นตอนการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องตามหลักสากล

เมื่อเกิดอุบัติเหตุไฟฟ้าดูดหรือไฟฟ้าช็อต สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่แค่ตัวพนักงานที่ได้รับบาดเจ็บ แต่คือ "ผู้ช่วยเหลือ" ที่ขาดทักษะและรีบเข้าไปสัมผัสตัวผู้ป่วยโดยไม่ได้ตัดกระแสไฟก่อน จนทำให้เกิดความสูญเสียซ้ำซ้อน ในหลักสูตรอบรมไฟฟ้า หัวข้อการช่วยชีวิตจึงเป็นวิชาบังคับที่เน้นย้ำถึงความปลอดภัยของผู้ช่วยเหลือเป็นอันดับหนึ่ง บทความนี้จะสรุปขั้นตอนการกู้ชีพที่เป็นมาตรฐานล่าสุดในปี 2569

1. การประเมินสถานการณ์และตัดกระแสไฟ (Cut the Power)

ก่อนจะก้าวเข้าไปช่วยใคร คุณต้องมั่นใจว่าตัวเองจะไม่กลายเป็นเหยื่อรายต่อไป

  • ตัดไฟทันที: รีบไปที่ตู้ควบคุมไฟ (Consumer Unit/Breaker) และทำการสับคัทเอาท์ลงเพื่อตัดวงจรไฟฟ้าทั้งหมดในพื้นที่
  • หากหาที่ตัดไฟไม่ได้: ให้ใช้ "วัตถุที่เป็นฉนวน" และแห้งสนิท เช่น ไม้แห้ง ผ้าแห้ง หรือพลาสติกหนาๆ เขี่ยสายไฟออกจากตัวผู้ป่วย หรือดันตัวผู้ป่วยให้พ้นจากจุดที่มีกระแสไฟ
  • ห้ามใช้มือเปล่าสัมผัส: รวมถึงห้ามใช้สิ่งที่นำไฟฟ้าหรือเปียกชื้นเด็ดขาด เพราะกระแสไฟจะไหลผ่านตัวคุณทันที

2. การแยกตัวผู้ประสบภัยและตรวจสอบความรู้สึกตัว (Check Response)

เมื่อมั่นใจว่ากระแสไฟถูกตัดขาดแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้

  • ย้ายไปที่ปลอดภัย: หากจุดเกิดเหตุมีความเสี่ยงอื่น (เช่น น้ำท่วมขังหรือไฟไหม้) ให้ย้ายผู้ป่วยไปยังที่แห้งและอากาศถ่ายเท
  • ปลุกเรียก: ตบไหล่ทั้งสองข้างแรงๆ แล้วเรียกเสียงดัง หากไม่ตอบสนอง ให้สังเกตหน้าอกว่ากระเพื่อมหายใจหรือไม่
  • แจ้งเหตุฉุกเฉิน: โทรแจ้งสายด่วน 1669 ทันที พร้อมระบุว่า "มีผู้ถูกไฟฟ้าดูด หมดสติ ไม่หายใจ" และขอเครื่อง AED มาที่จุดเกิดเหตุ

3. ขั้นตอนการกู้ชีพพื้นฐาน (CPR) สำหรับผู้ถูกไฟดูด

ผู้ที่ถูกไฟฟ้าดูดมักเกิดภาวะ "หัวใจเต้นผิดจังหวะ" หรือหยุดเต้นกะทันหัน การทำ CPR จึงสำคัญมาก

  • ตำแหน่งการกด: วางส้นมือซ้อนกันกึ่งกลางหน้าอก (ระดับหัวนม)
  • จังหวะและความลึก: กดลงลึกประมาณ 5-6 ซม. ด้วยความเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที (ตามจังหวะเพลงที่คุ้นเคย)
  • ทำต่อเนื่อง: อย่าหยุดจนกว่าผู้ป่วยจะรู้สึกตัว หายใจได้เอง หรือทีมกู้ชีพจะมารับช่วงต่อ

4. การปฐมพยาบาลบาดแผลจากความร้อน (Electrical Burns)

กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านร่างกายมักทิ้ง "รอยไหม้" ไว้ที่จุดเข้าและจุดออก

  • ห้ามทายาหรือน้ำแข็ง: อย่าใช้ยาสีฟันหรือน้ำแข็งประคบบาดแผลไฟไหม้จากไฟฟ้า
  • ล้างด้วยน้ำสะอาด: ใช้น้ำสะอาดอุณหภูมิปกติไหลผ่านบาดแผลเบื้องต้นเพื่อลดความร้อน
  • ปิดแผลเบื้องต้น: ใช้ผ้าสะอาดหรือก๊อซสะอาดปิดแผลไว้หลวมๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อก่อนถึงมือแพทย์

5. ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุด (Safety Warnings)

  • ห้ามแช่น้ำ: หากผู้ป่วยตัวเปียก ต้องเช็ดตัวให้แห้งก่อนทำการกู้ชีพ (หากปลอดภัยแล้ว)
  • ระวังกระดูกคอ: หากผู้ป่วยตกลงมาจากที่สูงหลังถูกไฟดูด ให้ระวังการเคลื่อนย้ายที่อาจกระทบต่อกระดูกสันหลัง
  • ต้องไปโรงพยาบาลทุกคน: แม้ผู้ป่วยจะฟื้นและดูปกติ แต่กระแสไฟฟ้าอาจเข้าไปทำลายอวัยวะภายในหรือทำให้หัวใจหยุดเต้นภายหลังได้ (Delayed Cardiac Arrest)


ฝึกทักษะช่วยชีวิตที่แม่นยำกับ SRD Consultant (เอสอาร์ดี คอนซัลแตนท์)

การอ่านขั้นตอนเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤต SRD Consultant (เอสอาร์ดี คอนซัลแตนท์) จึงให้ความสำคัญกับการฝึกปฏิบัติในหลักสูตรอบรมความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า โดยเราจำลองเหตุการณ์จริงและการฝึก CPR กับหุ่นจำลองมาตรฐานสูง รวมถึงการใช้เครื่องมือตรวจสอบไฟรั่วที่ถูกต้อง เพื่อให้พนักงานของคุณมีสติและรู้ลำดับความสำคัญในการช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน เพราะในนาทีชีวิต ความรู้ที่ถูกต้องและความกล้าหาญที่มาพร้อมทักษะ คือสิ่งที่ช่วยรักษาชีวิตคนในองค์กรของคุณได้อย่างแท้จริง

 

สมัครอบรมความปลอดภัยตามกฎหมายกับผู้เชี่ยวชาญ
ออกใบรับรองถูกต้อง ใช้ยื่นตรวจแรงงานได้ทันที ปรึกษาฟรีวันนี้

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้