การอบรมปั้นจั่นและรถยกไม่ใช่ “ทางเลือก” แต่เป็นข้อบังคับตามกฎหมายภายใต้กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างต้องจัดฝึกอบรมให้ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรเสี่ยงอันตรายโดยตรง
หากไม่มีหลักฐานการอบรม หรือใช้หน่วยฝึกอบรมที่ไม่ได้รับรอง อาจส่งผลให้ใบรับรอง “ไม่มีผลทางกฎหมาย” และองค์กรมีความเสี่ยงต่อบทลงโทษทันทีเมื่อถูกตรวจสอบ

อ้างอิงกฎหมาย: หมวด 2 ปั้นจั่น (ข้อ 20)
ปั้นจั่นเป็นเครื่องจักรที่มีความเสี่ยงสูง เช่น
กฎหมายกำหนดชัดเจนว่า นายจ้างต้องจัดฝึกอบรมให้ลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับการใช้ปั้นจั่น เพื่อให้มีความรู้ด้าน
หากไม่ดำเนินการ ถือว่าผิดกฎหมายทันที
อ้างอิงกฎหมาย: หมวด 1 เครื่องจักร (ข้อ 21)
รถยกเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุในคลังสินค้าและโรงงาน เช่น
การอบรมรถยกจึงมุ่งเน้นเรื่อง
กฎหมายกำหนดให้ผู้ขับรถยกต้องผ่านการอบรมก่อนเริ่มปฏิบัติงานเท่านั้น
ผู้ปฏิบัติงานต่อไปนี้ต้องผ่านการอบรมและได้รับใบรับรอง
หากไม่มีใบรับรองตามข้อกำหนด นายจ้างและลูกจ้างมีความเสี่ยงต่อการถูกสั่งหยุดงานหรือดำเนินคดี
หน่วยฝึกอบรมต้องได้รับการรับรองจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.)
หากใช้วิทยากรที่ไม่มีคุณสมบัติ ใบรับรองจะ “ไม่มีผลทางกฎหมาย” และองค์กรมีความเสี่ยงทันทีเมื่อถูกตรวจสอบ
การอบรมที่ถูกต้องตามกฎหมายช่วยให้
ในมุมของผู้บริหาร นี่ไม่ใช่แค่เรื่อง “ความปลอดภัย” แต่คือการบริหารความเสี่ยงเชิงระบบ (Risk Management) และความรับผิดทางกฎหมายโดยตรง
กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 กำหนดชัดว่า บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับปั้นจั่นและรถยกต้องผ่านการอบรมเฉพาะทางก่อนปฏิบัติงาน การละเลยไม่เพียงเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ แต่ยังเสี่ยงต่อความผิดตามกฎหมาย
หากองค์กรของคุณมีการใช้งานปั้นจั่นหรือรถยก การจัดอบรมกับหน่วยงานที่ได้รับรองอย่างถูกต้อง คือการลงทุนเพื่อความปลอดภัย ความถูกต้องตามกฎหมาย และความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว
A: จำเป็นตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2564 โดยระบุให้นายจ้างต้องจัดอบรมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับปั้นจั่น (หมวด 2 ข้อ 20) และผู้ขับรถยก (หมวด 1 ข้อ 21) ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน หากไม่มีหลักฐานการอบรมถือว่าผิดกฎหมายทันที
A: ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณ ผู้ยึดเกาะวัสดุ และผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ต้องผ่านการอบรมและได้รับใบรับรองจากหน่วยฝึกอบรมที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย
A: ต้องอบรมทุกคนที่ได้รับมอบหมายให้ขับหรือควบคุมการขนย้ายด้วยรถยก กฎหมายกำหนดชัดว่าห้ามปฏิบัติงานหากยังไม่ผ่านการอบรมอย่างถูกต้อง
A: ใบรับรองจะไม่มีผลทางกฎหมาย และนายจ้างมีความเสี่ยงถูกดำเนินคดีหรือถูกสั่งแก้ไขเมื่อมีการตรวจจากหน่วยงานรัฐ
A: ช่วยลดอุบัติเหตุร้ายแรง ลดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยขององค์กรอย่างเป็นระบบ