Last updated: 4 มิ.ย. 2569 | 32 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรงในโรงงานหรือไซต์งานก่อสร้าง การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการทำ CPR เพื่อยื้อชีวิตผู้บาดเจ็บหน้างานเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของความสำเร็จเท่านั้น แต่อีกครึ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ "ความรวดเร็วในการนำส่งผู้ป่วยถึงมือแพทย์เฉพาะทาง" ปัญหาที่หลายองค์กรมักเจอคือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน พนักงานตื่นตระหนก โทรแจ้งสายด่วนไม่รู้เรื่อง บอกพิกัดตึกผิด หรือไม่มีคนไปเปิดประตูรับรถพยาบาล ทำให้สูญเสียเวลาในช่วงนาทีทองไปอย่างน่าเสียดาย
บทความนี้จะสรุปขั้นตอนการประสานงานสายด่วนแพทย์ฉุกเฉิน 1669 และการจัดระเบียบทีมกู้ชีพในสถานประกอบการตามมาตรฐานของการอบรมปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อให้รถพยาบาลเข้าถึงตัวผู้บาดเจ็บได้รวดเร็วที่สุด
ก่อนที่จะเกิดเหตุฉุกเฉิน จป.วิชาชีพ และฝ่ายบริหารโรงงานควรจัดตั้งและระบุตัวตนของพนักงานที่จะทำหน้าที่ในเครือข่ายช่วยชีวิตล่วงหน้า โดยแบ่งหน้าที่ออกเป็น 3 ตำแหน่งหลัก
เมื่อกดโทรศัพท์สายด่วน 1669 (หรือเบอร์โรงพยาบาลคู่สัญญาใกล้บ้าน) ผู้แจ้งเหตุต้องตั้งสติและรายงานข้อมูลตามสูตรสากลดังต่อไปนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประเมินระดับความรุนแรงและจัดส่งรถพยาบาลที่มีอุปกรณ์ตรงกับอาการป่วยได้ทันที
ในระหว่างที่รถฉุกเฉินกำลังเดินทางมา (ซึ่งปกติจะใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที) ทีมกู้ชีพในโรงงานต้องใช้เวลานี้เตรียมความพร้อมดังนี้
การจัดระบบการโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน 1669 และการแบ่งบทบาทหน้าที่ในการรับรถพยาบาลอย่างชัดเจนภายในโรงงาน เป็นส่วนเติมเต็มที่ทำให้อุปกรณ์การแพทย์ราคาแพงและการทำหัตถการปฐมพยาบาลหน้างานเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะช่วยย่อระยะเวลาในการส่งตัวผู้ป่วยไปสู่ห้องผ่าตัดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหมายถึงเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตของพนักงานที่เพิ่มขึ้นมหาศาล
การบริหารจัดการภาวะวิกฤตด้านสุขภาพในโรงงานต้องการการฝึกซ้อมที่ไร้รอยต่อ SRD Consultant (เอสอาร์ดี คอนซัลแตนท์) เราเป็นสถาบันชั้นนำที่ให้บริการจัดอบรมปฐมพยาบาลเบื้องต้น ควบคู่ไปกับการวางแผนซ้อมแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ (Medical Emergency Drill) สำหรับภาคอุตสาหกรรมปี 2569 ทีมวิทยากรของเราจะช่วยคุณจัดโครงสร้างทีมกู้ชีพ ฝึกซ้อมการโทรแจ้งเหตุรายงานอาการตามหลักการแพทย์ และซักซ้อมระบบโลจิสติกส์รับรถพยาบาลเสมือนจริง เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรของคุณจะมีระบบช่วยชีวิตเชิงรุกที่ทำงานได้จริงในเสี้ยววินาทีวิกฤต