หลังจากผ่านการอบรม TSM และสอบผ่านจนได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว คำถามที่ตามมาสำหรับมือใหม่คือ "ในแต่ละวัน TSM ต้องทำอะไรบ้าง?" การเป็นผู้จัดการความปลอดภัยด้านการขนส่งทางบก (TSM) ไม่ใช่เพียงตำแหน่งในกระดาษ แต่เป็นงานเชิงรุกที่ต้องตรวจสอบความพร้อมของ "คน รถ และถนน" อยู่เสมอ บทความนี้สรุป 5 Checklist สำคัญที่ TSM ต้องปฏิบัติเป็นกิจวัตร เพื่อลดอุบัติเหตุและป้องกันบทลงโทษจากกรมการขนส่งทางบก
1. ตรวจสอบความพร้อมของพนักงานขับรถ (Driver Readiness)
ภารกิจแรกของวันคือการยืนยันว่า "คนขับ" อยู่ในสภาพที่พร้อมปฏิบัติงาน 100% เพราะความผิดพลาดจากตัวบุคคล (Human Error) คือสาเหตุหลักของอุบัติเหตุ
- การตรวจวัดแอลกอฮอล์: ต้องเป็นศูนย์ (0 mg%) ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง และมีการบันทึกผลอย่างเป็นระบบ
- ตรวจสอบใบอนุญาตขับรถ: ต้องไม่หมดอายุและตรงตามประเภทรถที่ขับ (เช่น ท.2 หรือ ท.3)
- ประเมินความเหนื่อยล้า: สอบถามชั่วโมงการพักผ่อน และตรวจสอบว่าไม่ได้ขับรถติดต่อกันเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (4 ชั่วโมง พัก 30 นาที)
- การตรวจสารเสพติด: มีการสุ่มตรวจตามแผนงานด้านความปลอดภัยขององค์กร
2. การตรวจสภาพความพร้อมของตัวรถ (Vehicle Daily Check)
TSM ต้องกำกับดูแลให้พนักงานขับรถทำการตรวจสอบรถก่อนใช้งาน (Pre-trip Inspection) และรวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนซ่อมบำรุง
- ระบบส่องสว่างและสัญญาณ: ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และไฟเบรกต้องทำงานปกติ
- ระบบเบรกและยาง: ตรวจสอบลมยาง ความลึกดอกยาง และประสิทธิภาพของเบรก รวมถึงระบบเบรกไอเสีย (Exhaust Brake) สำหรับรถบรรทุกหนัก
- อุปกรณ์ส่วนควบตามกฎหมาย: เช่น แผ่นสะท้อนแสง (Reflective Tape) ต้องสะอาดและมองเห็นชัดเจน รวมถึงถังดับเพลิงและกรวยยางต้องมีครบตามจำนวน
- ระบบ GPS: ต้องมีการเชื่อมต่อข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบกตลอดเวลา ห้ามมีการตัดสัญญาณเด็ดขาด
3. การกำกับดูแลการเดินรถผ่านระบบ GPS (Real-time Monitoring)
ในระหว่างวัน TSM ต้องสวมบทบาทเป็น "ผู้ควบคุมศูนย์สั่งการ" เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่
- ควบคุมความเร็ว: ตรวจสอบว่าคนขับไม่ใช้ความเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด (ปกติไม่เกิน 80-90 กม./ชม. ตามประเภทรถและเส้นทาง)
- ชั่วโมงการทำงาน: แจ้งเตือนคนขับเมื่อใกล้ครบกำหนดเวลาขับรถ 4 ชั่วโมง เพื่อให้หาจุดจอดพักที่ปลอดภัย
- พฤติกรรมเสี่ยง: ตรวจสอบการเบรกกะทันหัน หรือการขับรถในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการตักเตือนหรืออบรมซ้ำ
4. การบริหารจัดการการบรรทุกและความปลอดภัย (Cargo Safety)
สำหรับรถบรรทุกขนส่งสินค้า TSM ต้องดูแลให้การบรรทุกเป็นไปตามมาตรฐาน
- น้ำหนักบรรทุก: ต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด (Gross Vehicle Weight) เพื่อป้องกันถนนชำรุดและเบรกแตก
- การยึดรั้งสินค้า (Cargo Securing): ตรวจสอบว่ามีการใช้สายรัด (Lashing) หรืออุปกรณ์ยึดเหนี่ยวที่แน่นหนา สินค้าต้องไม่เคลื่อนที่หรือตกหล่นระหว่างการขนส่ง
- ผ้าใบคลุมรถ: ต้องมิดชิดและแน่นหนาเพื่อป้องกันสิ่งของปลิวหรือฝุ่นฟุ้งกระจาย
5. การสรุปผลและวางแผนป้องกัน (Analysis & Reporting)
เมื่อสิ้นสุดวัน ภารกิจสุดท้ายคือการรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์
- บันทึกรายงานเหตุการณ์: หากมีอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) ต้องรีบสอบสวนหาสาเหตุ (Root Cause)
- แผนซ่อมบำรุง: นำรายการแจ้งซ่อมจากพนักงานขับรถมาประสานงานกับฝ่ายช่างเพื่อทำ Preventive Maintenance
- รายงานผลต่อกรมการขนส่งฯ: รวบรวมข้อมูลตามแบบฟอร์มเพื่อเตรียมรายงานผลการปฏิบัติงานตามรอบที่กฎหมายกำหนด
ยกระดับการจัดการขนส่งอย่างมืออาชีพกับ SRD Consultant (เอสอาร์ดี คอนซัลแตนท์)
การทำ Checklist ทั้งหมดนี้อาจดูเป็นภาระที่หนักหน่วงสำหรับ TSM มือใหม่หรือองค์กรที่เพิ่งเริ่มจัดตั้งระบบ SRD Consultant (เอสอาร์ดี คอนซัลแตนท์) พร้อมเป็นพี่เลี้ยงในการวางระบบจัดการความปลอดภัยขนส่ง (Transport Safety Management System) เราไม่ได้แค่สอนให้คุณสอบผ่านในหลักสูตรอบรม TSM เท่านั้น แต่เรายังให้คำปรึกษาเชิงลึกในการสร้างแบบฟอร์มตรวจสอบ การวิเคราะห์ข้อมูล GPS และการออกแบบแผนเผชิญเหตุฉุกเฉินที่ใช้งานได้จริง เพื่อให้ตำแหน่ง TSM ในองค์กรของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดความสูญเสีย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าของคุณในระยะยาว
สมัครอบรมความปลอดภัยตามกฎหมายกับผู้เชี่ยวชาญ
ออกใบรับรองถูกต้อง ใช้ยื่นตรวจแรงงานได้ทันที ปรึกษาฟรีวันนี้