Last updated: 7 ม.ค. 2569 | 31 จำนวนผู้เข้าชม |
1. เหตุผลทางกฎหมาย: ทำไมต้องอบรมก่อนเริ่มงาน?
การอบรมด้านความปลอดภัยเบื้องต้นเป็นข้อบังคับตามกฎหมาย เพื่อให้ลูกจ้างมีความตระหนักและรู้วิธีป้องกันตนเองจากอันตรายในสภาพแวดล้อมจริง
กฎหมายบังคับให้อบรมใครบ้าง?
กฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างทุกคนที่เข้าทำงาน (รวมถึงพนักงานใหม่, พนักงานที่ย้ายงาน, หรือกลับเข้าทำงาน) ต้องได้รับทราบและทำความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายและวิธีการป้องกัน
มาตรา 16 แห่ง พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554: "ให้นายจ้างจัดให้มีการอบรมลูกจ้างทุกคน... เพื่อให้ลูกจ้างสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย
กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีการ อบรมชี้แจงด้านความปลอดภัยในการทำงาน (ปฐมนิเทศ) แก่ลูกจ้างใหม่, ลูกจ้างที่เปลี่ยนงาน, หรือลูกจ้างที่กลับเข้ามาทำงาน หลังจากหยุดงานเกิน 6 เดือน
สรุปคือ: ลูกจ้างทุกคน ที่มีโอกาสสัมผัสกับสภาพแวดล้อมการทำงานขององค์กร หรือต้องเข้าพื้นที่ไซต์งาน ต้องได้รับการอบรมที่เหมาะสมกับลักษณะงานนั้น ๆ
2. หลักฐานสำคัญ: ผู้ว่าจ้างต้องการดูอะไร?
ในการเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ของผู้ว่าจ้างหรือลูกค้า โดยเฉพาะในโรงงานหรือไซต์ก่อสร้าง ลูกจ้างของคุณจะต้องถูกตรวจสอบหลักฐานการอบรมเพื่อยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมาย
หลักฐานที่จำเป็นต้องมีและแสดงได้ทันที หลักฐาน ความสำคัญ ใบรับรองการอบรม (Certificate)
ต้องระบุ ชื่อผู้เข้ารับการอบรม, หลักสูตรที่อบรม, ระยะเวลาอบรม (เช่น 6 ชม.), ชื่อสถาบันฝึกอบรม และ วันที่ออกเอกสาร
ทะเบียนรายชื่อ (Attendance List) เอกสารสำคัญที่ใช้ยืนยันว่าบุคคลนั้น ๆ เข้าร่วมการอบรมจริง (ต้องมีลายเซ็นผู้เข้าอบรมและวิทยากร) วุฒิบัตร/บัตรประจำตัว (สำหรับ จป. เฉพาะทาง)
สำหรับการทำงานที่มีความเสี่ยงสูง (เช่น ที่อับอากาศ, ที่สูง, รถยก) ต้องแสดงวุฒิบัตร หลักสูตรเฉพาะทาง ที่ได้รับรองจากหน่วยงานราชการหลักฐานการรับรองสถาบัน ผู้ว่าจ้างมักจะตรวจสอบว่าสถาบันที่จัดอบรม ได้รับการรับรองจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) หรือไม่ การไม่มีหลักฐานการอบรมที่ถูกต้อง จะทำให้ลูกจ้างไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ปฏิบัติงาน (Access Denied) ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำหนดการทำงานและภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของผู้รับเหมาทันที
3. คุณสมบัติของวิทยากร: ใครคือผู้ให้การอบรมที่ถูกต้อง?
การอบรมจะถูกต้องตามกฎหมายและได้รับการยอมรับจากผู้ว่าจ้างและหน่วยงานราชการ ก็ต่อเมื่อวิทยากรผู้ให้การอบรมมีคุณสมบัติที่เหมาะสม